Newsreader - Kru Dtom
(comments: 0)

© กฎหมายลิขสิทธิ์ (Urheberrechtsgesetz- UrhG)

© กฎหมายลิขสิทธิ์ (Urheberrechtsgesetz- UrhG)
 
บ่อยครั้งที่เรามักได้ยินการพูดทีเล่นทีจริง ว่า “สงวนลิขสิทธิ์ (คำกริยา) นะเนี่ย” และมักได้ยินคำว่า ”ลิขสิทธิ์ (copyright คำนาม)” ซึ่งกฎหมายได้กำหนดให้งานสร้างสรรค์ชิ้นหนึ่งได้รับความคุ้มครอง และลิขสิทธิ์จะเกิดขึ้นทันทีนับตั้งแต่ผู้สร้างสรรค์ได้สร้างสรรค์ผลงาน โดยที่อาจยังไม่ได้จดทะเบียน หรือต้องจดทะเบียนด้วยซ้ำไป ดังนั้น เจ้าของลิขสิทธิ์จึงควรที่จะปกป้องคุ้มครองสิทธิของตน โดยการเก็บรวมรวมหลักฐานต่าง ๆ ที่ได้สร้างสรรค์ผลงานนั้นขึ้นมา เพื่อประโยชน์ในการพิสูจน์สิทธิหรือความเป็นเจ้าของในโอกาสต่อไป เจ้าของลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใด ๆ ต่องานที่ตนเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ผู้ใดจะนำงานชิ้นนั้นไปผลิตซ้ำหรือดัดแปลงและนำไปเผยแพร่ต่อสาธารณชนไม่ว่าจะรูปแบบใดไม่ได้ทั้งนั้น จนกว่าจะได้รับความยินยอมจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ดังนั้น การสร้างสรรค์งานที่มีลิขสิทธิ์จะได้รับความคุ้มครองจากกฎหมายลิขสิทธิ์ ผู้เขียนได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับงานลิขสิทธิ์ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์ของเยอรมัน โดยสรุปความสำคัญของกฎหมายลิขสิทธิ์ทั่วไปดังต่อไปนี้
 
งานที่เกิดจากการสร้างสรรค์แบ่งได้เป็นสองประเภท คืองานสร้างสรรค์ที่ได้รับความคุ้มครอง และงานของส่วนราชการ ซึ่งกฎหมายลิขสิทธิ์จะไม่ให้ความคุ้มครอง
 
งานที่ได้รับความคุ้มครอง
1) งานสร้างสรรค์ที่ได้รับการคุ้มครอง ได้แก่
1.1 งานวรรณกรรม (Sprachwerke) หมายถึง งานนิพนธ์ทุกชนิด เช่น หนังสือ จุลสาร สิ่งเขียน สิ่งพิมพ์ ปาฐกถา เทศนา คำปราศรัย สุนทรพจน์ และโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
1.2 งานดนตรีกรรม ( Werke der Musik) หมายถึง งานที่เกี่ยวกับบทเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อการบรรเลงและขับร้อง ซึ่งรวมถึงเนื้อเพลงและทำนองเพลง โน๊ตเพลง และแผนภูมิเพลงที่ได้แยกเสียงและเรียบเรียงประสาน
1.3 งานนาฏกรรม (pantomimische Werke)หมายถึง งานที่เกี่ยวกับการรำ การเต้น การทำท่าทางหรือการแสดงที่ประกอบขึ้นเป็นเรื่องราว
1.4 งานศิลปกรรม (Werke der bildenden Künste) หมายถึง งานจิตรกรรม งานประติมากรรม งานสถาปัตยกรรม งานศิลปประยุกต์ และงานภาพพิมพ์ซึ่งรวมถึงตัวแม่พิมพ์ด้วย
1.5 งานภาพถ่าย (Lichtbildwerke) หมายถึง งานสร้างสรรค์ภาพที่เกิดจากเครื่องมือบันทึกภาพ โดยใช้แสงผ่านเลนซ์ เช่น รูปภาพจากกล้องถ่ายรูป และการถ่ายรูปด้วยกล้องโพลาลอยด์ เป็นต้น
1.6 งานภาพยนต์ (Filmwerke) และงานทุกประเภทที่บันทึกภาพ เพื่อนำออกฉายต่อเนื่องได้อย่างภาพยนตร์ รวมถึงเสียงประกอบด้วย
1.7 แบบงานที่นำเสนอด้านวิชาการ หรือเทคนิค (Darstellungen wissenschaftlicher oder technischer Art) เช่น ภาพสเก็ต แผนงาน การ์ดต่าง ๆ แบบร่าง ตารางต่าง ๆ และงานออกแบบเป็นรูปร่างที่จับต้องได้
2) งานที่อยู่ในการคุ้มครองตามกฎหมายคือ งานที่เกิดจากปัญญา ความอุตสาหะ ความสามารถและทักษะส่วนบุคคล
 
งานของส่วนราชการ (Amtliche Werke)
งานของส่วนราชการที่กฎหมายลิขสิทธิ์ไม่ให้ความคุ้มครอง ได้แก่
1) กฎหมาย ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง คำพิพากษา รายงานของทางราชการ คำวินิจฉัย กฎหมายลิขสิทธิ์ ไม่คุ้มครอง เนื่องจากถือว่า เป็นข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ในการรับรู้ ของสาธารณชน
2) คำชี้แจงทั่วไปของส่วนราชการ เป็นข้อมูลที่ควรเปิดเผยและสามารถนำไปเผยแพร่ได้ โดยต้องปฏิบัติตามมาตรา §62 ห้ามเปลี่ยนแปลง (Änderungsverbot) และมาตรา §63 ให้แจ้งแหล่งที่มา(Quellenangabe)
3) การนำงานของส่วนราชการในข้อที่ 1 และ 2 ไปใช้กับงานส่วนบุคคลสามารถกระทำได้ แต่ไม่อนุญาตให้เพิ่มเติมข้อความใด ๆ ของตนเองในงานดังกล่าว ในกรณีนี้เจ้าของลิขสิทธิ์จะต้องชี้แจงเงื่อนไขในการผลิตซ้ำและเผยแพร่ให้แก่ผู้พิมพ์ทราบ รวมถึงแสดงสิทธิในการนำไปใช้ด้วย (Nutzungsrecht)
 
อายุแห่งการคุ้มครองลิขสิทธิ์ (Regelschutzfrist)
กฎหมายไทยระบุอายุของการคุ้มครองลิขสิทธิ์งานทั่วไปว่า งานภาพถ่าย โสตทัศนวัตถุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียงหรืองานแพร่เสียงแพร่ภาพ งานศิลปประยุกต์ ให้มีลิขสิทธิ์ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และคุ้มครองลิขสิทธิ์นั้นต่อไปอีกเป็นเวลา 50 ปี นับแต่ผู้สร้างสรรค์งานนั้นเสียชีวิต รวมทั้งงานที่มีผู้สร้างสรรค์มากกว่า 1 ราย ให้การคุ้มครองลิขสิทธิ์ตลอดอายุผู้สร้างสรรค์ร่วมและคุ้มครองต่อไปอีก 50 ปี นับตั้งแต่ผู้สร้างสรรค์ร่วมคนสุดท้ายเสียขีวิต ทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ไทย แนะนำให้เจ้าของลิขสิทธิ์แจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์ให้กรมฯ ทราบเพื่อประกอบการพิทักษ์และคุ้มครองสิทธิของเจ้าของลิขสิทธิ์ และเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับผู้ต้องการขออนุญาตใช้ลิขสิทธิ์ให้สามารถตรวจค้นเพื่อประโยชน์ในการติดต่อธุรกิจกับเจ้าของลิขสิทธิ์ด้วย
อายุของการคุ้มครองลิขสิทธิ์ในประเทศในเครือข่ายสหภาพยุโรป รวม 27 ประเทศ ประกอบด้วย ออสเตรีย เบลเยียม บัลแกเรีย ไซปรัส สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก เอสโตเนีย ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี กรีซ ฮังการี ไอร์แลนด์ อิตาลี ลัตเวีย ลิทัวเนีย ลักเซมเบิร์ก มอลตา เนเธอร์แลนด์ โปแลนด์ โปรตุเกส โรมาเนีย สโลวาเกีย สโลวีเนีย สเปน สวีเดน และสหราชอาณาจักร รวมถึงสวิตเซอร์แลนด์ ให้มีการคุ้มครองลิขสิทธิ์ตลอดอายุของผู้สร้างสรรค์ และคุ้มครองต่อไปอีกเป็นเวลา 70 ปี นับตั้งแต่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่กรรม โดยจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมของปีที่ผู้สร้างสรรค์ถึงแก่กรรม ตัวอย่างเช่น เจ้าของลิขสิทธิ์งานชิ้นหนึ่ง ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ.1941 จะเริ่มนับอายุการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ตั้งแต่วันที่ 01 มกราคม ค.ศ.1941 ถึงปีที่ 70 ในวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ. 2011 และตั้งแต่วันที่ 01 มกราคม ค.ศ. 2012 จะไม่มีการคุ้มครองลิขสิทธิ์งานชิ้นนั้นของบุคคลดังกล่าวอีกต่อไป
ในเยอรมนี การคุ้มครองลิขสิทธิ์งานสร้างสรรค์ให้เป็นไปตามกฎหมาย จะต้องกำกับว่า “สงวนลิขสิทธิ์” ในภาษาเยอรมันว่า „Alle Rechte vorbehalten“ ทุกครั้ง ส่วนภาษาอังกฤษคือ „All rights reserved“ แม้ว่า ในปัจจุบัน กฎหมายลิขสิทธิ์ในหลายประเทศไม่ได้กำหนดให้กำกับด้วยประโยคดังกล่าว แต่ในประเทศเยอรมนียังต้องกำกับไว้ด้วยทุกครั้ง
เมื่ออายุของการคุ้มครองลิขสิทธิ์สิ้นสุดลง งานนั้นก็จะตกเป็นสาธารณสมบัติ ผู้ใดประสงค์จะนำไปใช้ประโยชน์ก็สามารถกระทำได้ แต่กฎหมายไม่ได้อนุญาตให้บุคคลผู้นั้นเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์คนใหม่
การละเมิดลิขสิทธิ์(Urheberrechtsverletzung)
หมายถึง การนำผลงานของผู้อื่นมาใช้ เผยแพร่ ดัดแปลง ทำซ้ำ โดยผู้เป็นเจ้าของผลงานและเจ้าของลิขสิทธิ์ไม่อนุญาตหรือไม่ได้รับทราบ การนำผลงานที่มีเจ้าของลิขสิทธิ์มาใช้อาจทำได้โดยมีเงื่อนไขบางประการที่เรียกว่า สัญญาอนุญาต ซึ่งกำหนดโดยเจ้าของลิขสิทธิ์หรือกำหนดโดยกฎหมาย ถ้าไม่ทำตามข้อกำหนดดังกล่าวจะถือว่า ดำเนินการโดยละเมิดลิขสิทธิ์
องค์การระหว่างระหว่างประเทศที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องการคุ้มครองและป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญา คือ องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (World Intellectual Property Organization - WIPO) ซึ่งมีสมาชิก 184 ประเทศ และมีสำนักงานตั้งอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ รวมทั้งมีสนธิสัญญาระหว่างประเทศที่ให้ความคุ้มครองเรื่องลิขสิทธิ์และป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ ได้แก่ สนธิสัญญากรุงเบิร์น (Berne three-step test) สนธิสัญญาลิขสิทธิ์ขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO Copyright Treaty) และสนธิสัญญาการแสดงและสิ่งบันทึกเสียงขององค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO Performances and Phonograms Treaty) นอกจากนี้ ในหลายประเทศ ก็จะมีกรมทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อช่วยกำกับดูแลงานด้านการคุ้มครองและป้องกันการละเมิดลิขสิทธิ์ของประเทศตนด้วย
ในประเทศเยอรนีมีสมาคม GVU(Gesellschaft zur Verfolgung Urheberrechstsverletzung e.V.)เป็นผู้ดูแลลิขสิทธิ์ ติดตามและตรวจสอบเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนต์และอุตสาหกรรมซอฟแวร์การบันเทิงทุกรูปแบบ(Film- und Unterhaltungssoftwareindustrie) และ GEMA (Gesellschaft für musikalische Aufführungs- und mechanische Vervielfältigungsrechte) เป็นสมาคมผู้ติดตามและควบคุมดูแลลิขสิทธิ์ ติดตามและตรวจสอบเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์เพลง
 
ผลจากการละเมิดลิขสิทธิ์ (Folge der Urheberrechtsverletzung)
ผู้ที่ละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์อาจต้องโทษจำคุกหรือเสียค่าปรับ ซึ่งอาจหมายรวมถึงบุคคลทั่วไปที่ดาว์นโหลด (download) งานที่มีลิขสิทธิ์ไปใช้ส่วนตัวด้วย (ตามมาตรา 106 กฎหมายลิขสิทธิ์เยอรมัน)
ข้อมูลจากศูนย์ผู้บริโภค (Verbraucherzentrale Niedersachsen) แจ้งว่า มักจะมีผู้ละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์โดยไม่ได้เจตนา เช่น ดูภาพยนต์ ฟังเพลงหรือดาวน์โหลดเพลงเพื่อจะเก็บไว้ฟังเองนั้น แม้ว่าคุณจะได้รับอนุญาตให้ทำได้ แต่พึงระวังว่า คุณจะต้องไม่ดาวน์โหลดไฟล์ (file) ที่แฝงอยู่ในข้อมูลดังกล่าวด้วย เช่น napster, emule, kazaa, edomkey, bittorent เป็นต้น เพราะไฟล์เหล่านี้เป็นไฟล์ที่กระจายไฟล์ที่ดาวน์โหลดแล้วส่งต่อไปยังผู้อื่นโดยอัตโนมัติ (File sharing) ซึ่งถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
นอกจากนี้ คุณไม่ได้รับอนุญาตให้นำภาพของผู้อื่นลงในเฟซบุ๊ค (Facebook - FB) ของคุณ โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของรูปภาพนั้น ๆ มิฉะนั้นจะ ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์เช่นกัน จึงขอให้ทุกคนใช้ FB ด้วยความระมัดระวังและขออนุญาตเจ้าของรูปภาพทุกครั้งก่อนนำภาพไปลงใน FB
 
ทำอย่างไรดีเมื่อได้รับจดหมายเรียกเก็บเงินเนื่องจากการละเมิดลิขสิทธิ์
- ปรึกษาผู้รู้ด้านกฎหมาย เพื่อขอคำแนะนำ
- ตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาคำตอบว่า การเรียกร้องให้ชำระนั้น ๆ มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายหรือไม่ เขียนจดหมายขอคำอธิบายข้อกล่าวหานั้นและต่อรองเพื่อขอลดจำนวนเงินค่าปรับ (หากต้องจ่าย)
- ที่สำคัญคือ การโต้ตอบ/ต่อสู้ข้อกล่าวหาจะต้องอยู่ภายในช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ หากเพิกเฉยหรือโต้ตอบ ข้อกล่าวหาช้าเกินกว่าวันที่กฎหมายกำหนด คุณจะเสียเปรียบในการต่อสู้ข้อกล่าวหานั้นอย่างแน่นอน
ตัวอย่าง
สมาคมและกลุ่มคนไทยที่จัดงานไทยในเยอรมนี มักจะได้ใบเรียกเก็บเงินจากเกม่า (GEMA) ซึ่งเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของเจ้าของลิขสิทธิ์ต่าง ๆ GEMA (die Gesellschaft für musikalische Aufführungs- und mechanische Vervielfältigungsrechte) คือ สมาคมที่มีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มศิลปิน วงดนตรี นักร้องประสานเสียง นักดนตรี ผู้ประพันธ์เพลง ฯ ในเยอรมนี ที่ดูแลเรื่องลิขสิทธิ์ด้านดนตรีของสมาชิกทั้งหมดทั้งในเยอรมนีและและระหว่างประเทศ และไม่ได้เป็นหน่วยงานราชการของเยอรมนีแต่อย่างใด
เกม่าจะมีพนักงาน (สายลับ) อยู่ทั่วเยอรมนี ซึ่งทำหน้าที่ตรวจตราและติดตามข่าวสารต่าง ๆ จากสื่อทุกประเภท และทุกวัน ว่า จะมีประกาศข่าวการจัดงานที่ไหนและวันใดบ้าง โดยเฉพาะข่าวการจัดงานที่ประกาศเชิญชวนให้ผู้อ่าน เข้าไปเที่ยวและชมงาน สายลับเกม่าจะแจ้งให้สำนักงานของเกม่าในเขตต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทราบ จากนั้น เกม่าจะส่ง ใบแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดงานนั้น ไปให้แก่ผู้จัดงานกรอกข้อมูลเกี่ยวกับการจัดงานดังกล่าว เช่น ความกว้างสถานที่ที่จัดงาน / จำนวนแขกที่สามารถรองรับได้ / ขายบัตรผ่านประตูหรือไม่ / เพลงที่จะเปิดมีเพลงอะไรบ้าง / ใช้ไมโครโฟนกี่ตัว ฯลฯ เมื่อเกม่าได้รับข้อมูลดังกล่าวแล้วจึงจะพิจารณาค่าใช้จ่ายที่ผู้จัดงานจะต้องรับผิดชอบสำหรับค่าลิขสิทธิ์เพลงที่ใช้ในงานนั้น ผู้จัดงานจะได้รับใบเรียกเก็บเงินจากเกม่าสำหรับการจัดงานทุกประเภท เช่น งานวันเกิด งานฉลอง งานโรงเรียน ฯลฯ โดยเกม่าจะแจ้งว่า ค่าลิขสิทธิ์ที่เก็บได้จากผู้จัดงานหลังจากหักค่าใช้จ่ายการดำเนินงานของเกม่าแล้ว จะจัดสรรให้แก่สมาชิกนักแต่งเพลงผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ตามข้อมูลความถี่ในการใช้เพลงต่าง ๆ จึงน่าจะมีเงินมอบให้เจ้าของลิขสิทธิ์เพลงไม่มากนัก นอกจากนี้ เกม่ายังทำงานร่วมกับบริษัทลิขสิทธิ์ดนตรี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ MCT ซึ่งเป็นองค์กรของนักแต่งเพลงไทยที่มุ่งพิทักษ์ผลประโยชน์ทางลิขสิทธิ์ รวมทั้งสนับสนุนให้นักแต่งเพลงสามารถดูแลและบริหารสิทธิได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
กรณีที่เกม่าเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์เพลงโดยไม่ให้เหตุผลที่ชัดเจน ไม่ระบุชื่อเพลงที่ขอเก็บเงินค่าลิขสิทธิ์ให้ทราบเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง จึงขอแนะนำให้ผู้จัดงานไทยในเยอรมนีทราบว่า หากคุณได้รับใบเรียกเก็บเงินจากเกม่า ขอให้ปรึกษาทนายความ เพื่อขอต่อรองและขอข้อมูลเพิ่มเติมก่อน
 
------------------------------------------
แหล่งข้อมูล
- ย่อหลักกฎหมายลิขสิทธิ์ / ศาสตราจารย์ ไชยยศ เหมะรัชตะ/ ISBN 974-7737-27-2
- CompR, IT- und Computerrecht, Prof.Dr.Jochen Schneider, ISBN 9783423055628 (dtv), ISBN 9783406564802(C.H.Beck)
- http://www.gesetze-im-internet.de/urhg/
- Urheberrechtsverletzung und ihre Folgen: Verbraucherzentrale Niedersachsen, http://www.verbraucherzentrale-niedersachsen.de/link1803391A.html
- Regelschutzfrist-Wikipedia, http://de.wikipedia.org/wiki/Regelschutzfrist
- Urheberrechtsverletzung-Wikipedia, http://de. wikipedia.org/wiki/Urheberrechtsverletzung
- เตือนภัย: „คุณรู้จักเกม่า(GEMA)กันแล้วหรือยัง”/ อัญชัญ เฮียร์ลิ่ง/ นิตยสารดีเล่มที่ 4-2011
 
 
สิทธิและผลทางกฎหมายเนื่องจากการเสียชีวิต
 
 
ด้วยอาชีพล่ามและนักแปล อีกทั้งเป็นอาสาสมัครมาเป็นเวลานานกว่า 15 ปี ทำให้ดิฉันได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการให้คำแนะนำและให้การช่วยเหลือแก่ภรรยาคนไทยและสามีชาวเยอรมันตั้งแต่การสมรส การเกิด การหย่า การเจ็บและการตาย ซึ่งแทบทุกเรื่องจะมีกฎหมายและข้อบังคับเข้ามาเกี่ยวข้อง
ในช่วงปีที่ผ่านมาดิฉันได้ให้ความช่วยเหลือแก่พี่ๆน้องๆชาวไทยหลายคนที่สามีเสียชีวิต และได้พบว่าปัญหาหลักของคนไทยที่ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศเยอรมนีคือ ยังไม่รู้ถึงระเบียบการและข้อมูลที่พึงรู้ โดยเฉพาะเรื่องของสิทธิและผลทางกฎหมายเมื่อมีการเสียชีวิตของคนใกล้ชิด ในฉบับนี้ดิฉันจึงขอหยิบยกเรื่อง”สิทธิและผลแห่งกฎหมายเนื่องจากการเสียชีวิต” มาเล่าสู่กัน เพื่อที่อย่างน้อยผู้อ่านก็จะมีความรู้ในเรื่องนี้ และจะเป็นประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่น
การเตรียมตัวล่วงหน้าในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่(Vorsorge zu Lebzeiten)
เกิด แก่ เจ็บและตาย เป็นเรื่องธรรมชาติ มนุษย์ทุกคนรู้ดีว่า ไม่มีใครหนีความตายพ้น หลายๆคนมีความคิดว่า เมื่อตนเองยังมีชีวิตอยู่ ยังสามารถจัดการสิ่งต่างๆได้ตามที่ตนต้องการ ก็ควรที่จะจัดการอะไรบางอย่าง เพื่อว่าเมื่อตนเองเสียชีวิตจะได้ไม่เป็นภาระแก่ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ สิ่งที่ควรจัดการคือ
1. พินัยกรรม(Testament)
พินัยกรรม คือ เอกสารแสดงเจตนา หรือคำสั่งครั้งสุดท้ายของผู้ทำพินัยกรรม เกี่ยวกับเรื่องทรัพย์สิน หรือกิจการของตนเอง หรืออาจสั่งการอื่นๆไว้ เช่น เรื่องผู้รับมรดก เพื่อที่จะให้เกิดผลบังคับตามกฎหมาย พินัยกรรมจะทำขึ้นในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ ผู้ทำพินัยกรรม (ซึ่งมักจะเป็นเจ้าของมรดก) สามารถเขียนพินัยกรรมขึ้นมาด้วยตนเอง ซึ่งต้องเขียนด้วยลายมือของตนเอง ระบุสถานที่ที่เขียนฯ ลงวันที่ที่เขียนฯให้ชัดเจน อาจจะเก็บรักษาไว้เองหรือจะนำไปฝากเก็บไว้ที่ศาลชั้นต้น (Amtsgericht) ในเขตที่ผู้เขียนฯอาศัยอยู่ก็ได้  หรืออาจไปทำพินัยกรรมกับโนทาร์ (Notar) โดยระบุเจตนาของเจ้าของมรดก และเมื่อเจ้าของมรดกเสียชีวิต โนท่าร์ก็จะเป็นผู้ดำเนินการติดต่อทายาทผู้รับมรดก และติดต่อกับศาลจัดการมรดก (Nachlassgericht) เพื่อขอให้ออกหนังสือการเป็นทายาทรับมรดกให้แก่ทายาทฯ การทำพินัยกรรมกับโนทาร์ จะต้องเสียค่าธรรมเนียม จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับมูลค่าของทรัพย์สินที่หักหนี้สินแล้ว
2. ทำสัญญามรดก(Erbvertrag)
สัญญามรดก คือ การทำสัญญาเกี่ยวกับการจัดการทรัพย์สินมรดกเมื่อผู้ทำเสียชีวิต เป็นเหมือนคำสั่งครั้งสุดท้ายในการจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สิน และอื่นๆ คล้ายกับการทำพินัยกรรม สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ สัญญามรดกนั้นเป็นพันธะผูกพันระหว่างคู่สัญญา นั้นคือในขณะที่ทายาทตามพินัยกรรม ไม่มีสิทธิที่จะขัดแย้ง ในการยกเลิกหรือแก้ไข เพิ่มเติมพินัยกรรมแต่อย่างใด คู่สัญญาในสัญญามรดกมีสิทธิดังกล่าวนั่นคือ หากจะมีการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงใดๆที่ทำไว้ คู่สัญญาทั้งสองจะต้องลงความเห็นร่วมกัน
สัญญามรดก และพินัยกรรม จึงเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งของการจัดการเกี่ยวกับมรดก หากว่าไม่ต้องการให้การสืบทอดมรดกเป็นไปตามกฎหมายกำหนด เจ้าของมรดกสามารถทำเป็นพินัยกรรมหรือสัญญาการสืบทอดมรดกก็ได้ การทำสัญญาฯดังกล่าวนี้เป็นการตกลงกันระหว่างเจ้าของมรดกกับผู้สืบทอดมรดกหรือผู้ที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินร่วม ทั้งนี้เพื่อที่จะตกลงกันว่า การสืบทอดมรดกจะไม่เป็นไปตามกฎหมาย แต่จะเป็นไปตามข้อตกลงของคู่สัญญา ส่วนใหญ่แล้วการทำสัญญามรดกมักจะทำควบคู่ไปกับการทำสัญญาคู่สมรส(Ehevertrag)
3. ทำการมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน (Vorsorgevollmacht)
การมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนตามกฎหมายหมายเยอรมันสามารถกระทำได้โดยระบุกรณีและอำนาจหน้าที่ไว้ในใบมอบอำนาจอย่างชัดเจน  เพื่อที่ผู้รับมอบอำนาจจะได้เป็นผู้ตัดสินใจและดำเนินการแทนได้และสามารถตัดสินใจหรือกระทำการใดๆแทนได้ในกรณีที่ผู้มอบอำนาจป่วยหนัก  ช่วยตนเองไม่ได้ ส่วนใหญ่แล้วผู้รับมอบอำนาจมักจะเป็นบุคคลในครอบครัวหรือญาติสนิทที่ไว้วางใจได้
4. การเตรียมตัวในเรื่องการทำพิธีศพ(Bestattungsvorsorge)
การเตรียมตัวนี้มักจะเป็นการเตรียมตัวในเรื่องค่าใช้จ่ายและการจัดพิธี  ตามมาตรา 1968 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง ทายาทผู้รับมรดกมีหน้าที่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีศพ รวมถึงการดูแลรักษาหลุมฝังศพด้วย หากมีการตระเตรียมไว้ก่อนล่วงหน้า ผู้ที่อยู่ภายหลัง(Hinterblieben) หมายถึง ทายาทโดยธรรม อันมีสามี/ภรรยา/บุตรและญาติพี่น้องที่ยังมีชีวิตอยู่ จะได้ทราบถึงความต้องการของผู้ตาย ก็จะดำเนินการไปตามความประสงค์ของผู้ตายที่ระบุไว้
เมื่อคนในครอบครัวเสียชีวิต ต้องไปติดต่อหน่วยงานใดบ้าง
สิ่งที่ควรทราบและคำนึงถึงคือ
ก) ใบแจ้งการตาย(Totenschein)
เมื่อสามีป่วยหนัก ไม่มีโอกาสรักษาให้หายขาดจากโรคได้ ต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยายบาล หากเกิดเสียชีวิตขึ้น
ในกรณีนี้ทางโรงพยาบาลที่รักษาสามีจะเป็นผู้ออกใบแจ้งการตาย (Totenschein)ให้  หลังจากนั้นภรรยาก็สามารถแจ้งให้กับสำนักทะเบียนทราบ เพื่อขอให้ออกใบมรณบัตร (Sterbeurkunde) ให้ ปัจจุบันนี้บริษัทที่รับจัดการพิธีศพ-Bestattungsinstitut-จะรับดำเนินการให้หมด ซึ่งจะมีการเรียกค่าบริการในกรณีดังกล่าวด้วย
ในกรณีที่สามีตายโดยฉับพลัน เช่น โดยอุบัติเหตุ หัวใจวาย หรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุ  เป็นต้น ในกรณีเช่นนี้ จะต้องมีการชันสูตรฯโดยตำรวจ และต้องผ่านการพิจารณาโดยอัยการ (Staatsanwaltschaft) และผู้พิพากษา(Richter) โดยมีแพทย์เป็นผู้ร่วมแสดงความคิดเห็นว่า เป็นการตายแบบปกติธรรมดา(natürlicher Tod) หรือเป็นการตายแบบไม่ปกติธรรมดาหรือสรุปหาสาเหตุการเสียชีวิตไม่ได้ (unnatürlicher oder ungeklärter Tod) ในกรณีหลังนี้อาจจะใช้เวลานานถึง 14 วัน  เมื่อสรุปสาเหตุของการตายได้แล้ว  ทางอัยการก็จะออกหนังสือให้เพื่อทำใบแจ้งการตาย  หลังจากนั้นจึงไปติดต่อกับสำนักทะเบียนเพื่อขอใบมรณบัตรได้
ข)ใบมรณบัตร(Sterbeurkunde)
หน่วยงานที่ออกใบมรณบัตรคือ สำนักทะเบียน(Standesamt) ณ เมืองที่ผู้ตายเสียชีวิต ในกรณีที่มีการตายในเครื่องบิน บนเรือหรือในระหว่างการเดินทางโดยรถไฟ ก็ถือว่าเป็นกรณีที่ต้องมีการพิจารณาเป็นพิเศษว่า จะให้มีการออกใบแจ้งการตายและจะออกใบมรณบัตรอย่างไร
ค) ติดต่อกับบริษัทที่รับจัดการทำพิธีศพ (Bestattungsinstitut)
ปัจจุบันนี้บริษัทที่รับจัดการพิธีศพจะเสนอบริการในเรื่องที่ต้องติดต่อกับโบสถ์และส่วนราชการเยอรมันให้ เพื่อที่ญาติของผู้ตายจะได้ไม่ต้องวุ่นวายในเรื่องของเอกสารต่างๆ เมื่อได้รับใบมรณบัตรแล้ว จึงสามารถเริ่มดำเนินการและนัดหมายวันที่จะทำพิธีฝังศพหรือเผาศพ ซึ่งต้องตกลงกับบริษัทรับจัดพิธีฯได้โดยตรง
ง)แจ้งให้หน่วยงานต่างๆทราบ(Benachrichtigen)
เมื่อมีการเสียชีวิต จักต้องมีการแจ้งแก่หน่วยงานต่างๆที่ภาระเกี่ยวข้องทราบ การแจ้งหน่วยงานเหล่านี้ญาติจะต้องเป็นผู้ดำเนินการเอง  เช่น แจ้งให้บริษัทที่ผู้ตายทำงานอยู่  ธนาคาร  สำนักประกันสุขภาพ สำนักประกันสวัสดิการเบี้ยบำนาญสะสม ประกันชีวิต  เจ้าของบ้านเช่า ไฟฟ้า โทรศัพท์ เป็นต้น  ในการแจ้งจำเป็นจะต้องมีใบมรณบัตรไปแสดงทุกครั้ง จึงขอแนะนำให้ขอคัดสำเนาใบมรณบัตรสัก 5 ฉบับและให้สำนักทะเบียนประทับตรารับรองความถูกต้อง  นอกจากนี้จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเตรียมเอกสารสำคัญอื่นๆด้วย เช่น ใบสำคัญการสมรส  ใบแจ้งที่อยู่อาศัย  หนังสือเดินทางของผู้ติดต่อและของผู้ตาย เป็นต้น   ประกันชีวิต (Lebensversicherung) อาจจะขอหนังสือสำคัญการชันสูตรศพ (Obduktion)เป็นหลักฐานเพิ่มเติม  ซึ่งสามารถขอได้จากอัยการ (Staatsanwaltschaft) หากผู้ตายทำพินัยกรรมไว้ ก็ต้องติดต่อกับศาลจัดการมรดก (Nachlassgericht) ซึ่งเป็นหน่วยงานส่วนหนึ่งของศาลชั้นต้น(Amtsgericht)
ในกรณีที่ผู้ตายมีเงินในบัญชีธนาคารหนึ่งมากกว่า 2,500 ยูโร ธนาคารนั้นมีหน้าที่ที่จะต้องแจ้งให้แก่กรรมสรรพกร(Finanzamt) ทราบ เพื่อจะนำไปลงรายการมรดก เพื่อแสดงการเสียภาษีมรดกต่อไป
จ) ติดต่อศาลจัดการมรดก(Nachlassgericht) เพื่อขอหนังสำคัญการเป็นผู้รับมรดก หรือขอสละสิทธิในมรดก
ตามกฎหมายเยอรมัน เมื่อมีการตาย ก็จะมีทายาทผู้รับมรดก  ซึ่งหมายถึง ผู้ที่จะได้รับทรัพย์สินที่มีอยู่ รวมทั้งหนี้สินของผู้ตายทั้งหมด ผู้ที่จะเป็นทายาทรับมรดกตามกฎหมายหรือตามพินัยกรรม จะต้องมีหนังสือสำคัญการเป็นผู้รับมรดก(Erbschein)  หนังสือนี้สามารถติดต่อขอได้ที่ ศาลจัดการมรดก (Nachlassgericht) ซึ่งเป็นหน่วยงานของศาลชั้นต้น (Amtsgericht) ที่ดำเนินการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิต และเป็นผู้ออกหนังสือสำคัญการรับมรดก(Erbschein)  และหากว่าผู้ตายมีหนี้สินมากมาย คำนวนหักกรบลบหนี้กับสมบัติแล้ว ยังไม่พอใช้หนี้ ทายาทอาจขอทำเรื่องสละสิทธิในการรับมรดก นั่นคือไม่ขอรับหนี้สินนั้น และแน่นอนว่าก็จะไม่ได้มรดกที่อาจมีหลงเหลืออยู่บ้าง
จะเกิดอะไรขึ้นกับบ้านพักที่เช่าอาศัยอยู่
ตามสิทธิการเช่าที่พักอาศัย(Mietrecht) สัญญาเช่าไม่ได้ยุติลงไปกับการตายของผู้เช่า หมายความว่า ทายาทผู้รับมรดกจะตกเป็นผู้เช่า และการบอกเลิกสัญญาเช่าจะเป็นไปตามเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญา ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามข้อตกลงในสัญญาเช่า  หากทายาทผู้รับมรดกไม่ประสงค์จะเป็นผู้เช่าต่อไป ก็สามารถขอยกเลิกการเช่านั้นได้ภายในเวลา 1 เดือน นับตั้งแต่วันที่ผู้เช่าเสียชีวิต  หากไม่กระทำการยกเลิกสัญญาเช่า ก็จะถือว่า ทายาทผู้รับมรดกเป็นผู้เช่าต่อไป
ในฉบับหน้า ดร.พัทยา เรือนแก้ว จะบอกกล่าวถึงกรณีที่สิทธิและผลติดตามทางกฎหมายที่พึงทราบในกรณีที่ตกพุ่มหม้าย โปรดติดตามอ่านในฉบับหน้าค่ะ
การแจ้งการตายของบุคคลสัญชาติไทยในต่างประเทศ
หากบุคคลสัญชาติไทยเสียชีวิตในประเทศเยอรมนี ญาติพี่น้องหรือเพื่อนควรมาแจ้งการเสียชีวิตของบุคคลนั้น ๆ ที่สถานกงสุลใหญ่ ฯ โดยสถานกงสุลใหญ่ ฯ จะออกมรณบัตรไทยให้โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมแต่อย่างใด และนำแจ้งการเสียชีวิตต่อหน่วยงานราชการไทยที่เกี่ยวข้องในลำดับต่อไป
สามารถมายื่นคำร้องแจ้งการเสียชีวิตด้วยตัวเองหรือทางไปรษณีย์ได้ และยื่นคำร้องพร้อมเอกสารและข้อมูลต่อไปนี้
-หนังสือรับรองการตายที่บ่งสาเหตุการตายอย่างชัดเจน
-มรณบัตรเยอรมันตัวจริง 1 ฉบับ
-หนังสือเดินทางตัวจริงของผู้ตาย
-สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้าน 1 ชุด
-ชื่อตัวและนามสกุลของบิดามารดาผู้ตาย
-อาชีพของผู้ตาย
-สถานที่อยู่ก่อนตาย
-สถานที่ตาย และระยะเวลาที่อยู่ในสถานที่ตาย
-วิธีจัดการศพ (เก็บ เผา ฝัง หรือ อื่น ๆ) และสถานที่ฌาปณกิจศพ
-ซองเปล่าติดแสตมป์ 4 ยูโร (ลงทะเบียน)
-หากต้องการหนังสือรับรองนำอัฐิกลับประเทศไทย ให้แนบค่าธรรมเนียมหนังสือรับรอง ฯ มาด้วย 15 ยูโร (ส่งเป็นเงินสดเท่านั้น)
หากท่านต้องการนำอัฐิของผู้ตายไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ประเทศไทย ท่านต้องยื่นขอหนังสือรับรองนำอัฐิกลับประเทศไทยที่สถานกงสุลใหญ่ ฯ ด้วย โดยต้องเสียค่าธรรมเนียมจำนวน 15 ยูโร อนึ่ง หนังสือรับรองนี้โดยปกติแล้วจะออกพร้อมกับมรณบัตรไทย  สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร: 069-69 86 8 209  แฟกซ์: 069-69 86 8 228  อีเมล์: thaifra@mfa.go.th
หรือติดต่อสอบถามได้กับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเบอร์ลิน 030-794810
   ข้อมูลจาก http://www.thaigeneralkonsulat.de/th/consular/todesanzeige.html

Go back

Add a comment

Close Window